กาแฟไม่ได้มีเพียงคาเฟอีนเท่านั้น แต่ยังมีสารธรรมชาติหลายชนิด โดยเฉพาะ สารประกอบฟีนอลิกและสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เกิดจากเมล็ดกาแฟและกระบวนการคั่ว
สารเหล่านี้มีบทบาทในการช่วยลดผลกระทบจากอนุมูลอิสระในร่างกาย แต่ประโยชน์ที่ได้รับจริงยังขึ้นอยู่กับปริมาณที่ดื่ม วิธีชง และสุขภาพของแต่ละคนด้วย
สารสำคัญที่พบในกาแฟ ได้แก่
ในร่างกายจะมีการเกิด อนุมูลอิสระ จากกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติ รวมถึงปัจจัยภายนอก เช่น มลภาวะ ควันบุหรี่ หรือรังสี UV
หากมีอนุมูลอิสระมากเกินไป อาจเกิดภาวะที่เรียกว่า Oxidative Stress ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสียหายของเซลล์
สารต้านอนุมูลอิสระมีหน้าที่ช่วยลดหรือควบคุมปฏิกิริยาของอนุมูลอิสระ จึงเป็นหนึ่งในกลไกที่ร่างกายใช้รักษาสมดุลของเซลล์
มีผล เพราะการคั่วทำให้องค์ประกอบทางเคมีของเมล็ดกาแฟเปลี่ยนไป
กรดคลอโรจีนิกบางส่วนจะลดลงเมื่อคั่วมากขึ้น ขณะที่สารชนิดใหม่ เช่น เมลาโนดินส์ จะเกิดขึ้นจากกระบวนการคั่ว
ดังนั้นจึงไม่สามารถสรุปง่าย ๆ ว่า กาแฟคั่วอ่อนหรือคั่วเข้มมีสารต้านอนุมูลอิสระดีกว่ากันทั้งหมด เพราะสารแต่ละชนิดเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนกัน
วิธีชงสามารถส่งผลต่อปริมาณสารที่ถูกสกัดออกมาจากกาแฟได้ เช่น
จึงทำให้กาแฟแต่ละแก้วมีปริมาณคาเฟอีนและสารประกอบต่าง ๆ ไม่เท่ากัน
กาแฟสามารถเป็นหนึ่งในแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระในอาหารประจำวันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ายิ่งดื่มมากยิ่งดี
การดื่มกาแฟควรคำนึงถึงคาเฟอีนและส่วนผสมอื่นด้วย โดยเฉพาะ
กาแฟที่เติมน้ำตาลหรือส่วนผสมมากเกินไปอาจเพิ่มพลังงานโดยไม่จำเป็น แม้ตัวกาแฟจะมีสารต้านอนุมูลอิสระก็ตาม
บางคนไวต่อคาเฟอีนมากกว่าคนทั่วไป หากดื่มแล้วมีอาการ เช่น
ควรลดปริมาณหรือหลีกเลี่ยงการดื่มในช่วงเย็นและก่อนนอน
ผู้ที่ตั้งครรภ์ มีโรคประจำตัว หรือใช้ยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปริมาณคาเฟอีนที่เหมาะสม
กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด โดยเฉพาะ กรดคลอโรจีนิก สารประกอบฟีนอลิก และเมลาโนดินส์ ซึ่งมีบทบาทในการช่วยลดผลกระทบจากอนุมูลอิสระและภาวะ Oxidative Stress
อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของกาแฟไม่ได้ขึ้นอยู่กับสารต้านอนุมูลอิสระเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ ปริมาณที่ดื่ม วิธีชง ปริมาณคาเฟอีน และสิ่งที่เติมลงในกาแฟ
หากต้องการดื่มกาแฟเพื่อดูแลสุขภาพ ควรเลือกแบบหวานน้อยหรือไม่เติมน้ำตาล และดื่มในปริมาณที่เหมาะกับร่างกายของตนเอง
ติดต่อเรา : www.purmsupenterprise.com